ไม่อยากไปโรงเรียน 555



ไม่อยากไปโรงเรียน 555
แม่ : ตื่นได้แล้วลูก ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว
ลูก : แต่ผมไม่อยากไปอ่ะ
แม่: บอกแม่มา2เหตุผล ทำไมลูกถึงไม่อยากไปโรงเรียน?
ลูก : 1 นักเรียนทุกคนเกลียดผม
2 ครูทุกคนก็ไม่ชอบผม
แม่ : นั่นมันไม่ใช่เหตุผล ลุกขึ้น ลูกต้องไปโรงเรียน
ลูก : บอกผมมา2เหตุผล ทำไมผมถึงต้องไปโรงเรียน?
แม่ : 1 คือลูกอายุ 50ปีแล้ว
และ 2 คือลูกเป็น ผอ. นะลูก!!

อันนี้เป็น มุขเก่าๆเอามาเล่าใหม่ก็ฮาๆ ดีนะจ๋ะ

ภาพการลืมตาอาจจะทำให้คุณลืมตาไม่ได้ จัดไป

ภาพนี้ มุขใครหว่านี้ 
ทำไปได้นะเรา ก็ตลกดี

พี่หม่ำ มาเต็ม ภาพนี้จากเพจคิดว่าดีก็ทำต่อไป ^_^


จัดไปครับลูกพี่

ADSENSE PRIVACY POLICY

AdSense Privacy Policy

เรื่องตลก ขำขัน ภาพกวนๆ  takes your privacy seriously. This privacy policy describes what personal information we collect and how we use it. See this privacy policy primer to learn more about privacy policies in general.

Routine Information Collection

All web servers track basic information about their visitors. This information includes, but is not limited to, IP addresses, browser details, timestamps and referring pages. None of this information can personally identify specific visitors to this site. The information is tracked for routine administration and maintenance purposes.

Cookies and Web Beacons

Where necessary,joketoyou.blogspot.com uses cookies to store information about a visitor's preferences and history in order to better serve the visitor and/or present the visitor with customized content.
Advertising partners and other third parties may also use cookies, scripts and/or web beacons to track visitors to our site in order to display advertisements and other useful information. Such tracking is done directly by the third parties through their own servers and is subject to their own privacy policies.

Controlling Your Privacy

Note that you can change your browser settings to disable cookies if you have privacy concerns. Disabling cookies for all sites is not recommended as it may interfere with your use of some sites. The best option is to disable or enable cookies on a per-site basis. Consult your browser documentation for instructions on how to block cookies and other tracking mechanisms. This list of web browser privacy management links may also be useful.

Special Note About Google Advertising

Any advertisements served by Google, Inc., and affiliated companies may be controlled using cookies. These cookies allow Google to display ads based on your visits to this site and other sites that use Google advertising services. Learn how to opt out of Google's cookie usage. As mentioned above, any tracking done by Google through cookies and other mechanisms is subject to Google's own privacy policies.

Contact Information

Concerns or questions about this privacy policy can be directed to lansbaht@gmail.com for further clarification.

ท่าเต้น สุดแจ่ม แมวกับ แนว Robot--คลิปวีดีโอนะจ๋ะ

ผ่อนคลายอารมณ์ ด้วยท่าเต้นเจ๋งๆ ของคลิปเต้นโรบอทกันครับ
ท่าเต้น สุดแจ่ม แมวกับ แนว Robot

ขำขำ ครับดูกันเพลิน ๆ ^_^

ห้องวิเศษ

ลุงบุญชุบ ถูกรางวัลหวยบนดินได้เงินมาพอสมควรจึงพาเมียและลูกชายมาเที่ยวก รุงเทพเป็นครั้งแรกในชีวิต ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆที่ทันสมัยในกรุงเทพมาก

วันหนึ่งคนทั้งสามก็ไปเที่ยวเดินซื้อของในศูนย์การค้าแพ็กโก ข้าวของเสื้อผ้าลานตาไปหมด เมียลุงบุญชุบเกิดติดใจรองเท้าคู่สวย เธอทดลองสรวมใส่อยู่หลายคู่ ปล่อยให้ลุงบุญชุบรออยู่นาน แกจึงพาลูกชายปลีกตัวออกมาเดินเล่นอยู่ไม่ห่าง

ลูกชายเห็นลิฟท์ผู้โดยสารมีประตูสอง บานเดี๋ยวเลื่อนเปิดเดี๋ยวเลื่อนปิด มีคนเดินเข้าออกห้องเล็กๆห้องนั้น ไม่เข้าใจว่าพวกเขาเข้าไปทำอะไรกัน จึงถามลุงบุญชุบ

ลูก : พ่อๆ นั่นห้องอะไร มีประตูเลื่อนเปิดเลื่อนปิด และมีคนเดินเข้าเดินออกด้วย

บุญชุบ : ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน

ในขณะนั้นมีผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งเดินถือไม้เท้าเดินกระย่องกระ แย่งเข้าไปในลิฟท์คนเดียวประตูลิฟท์เลื่อนปิด มีแสงที่ปุ่มวับๆ วิ่งเป็นแถวขึ้นไปอีกประเดี๋ยวหนึ่งแสงที่ปุ่มวับๆวิ่งเป็นแถวล งมา ประตูลิฟท์เลื่อนเปิดออก

บุญชุบเห็นหญิงสาวสวยรูปร่างดีมากคนหนึ่งใส่รองเท้าส้นสูงก้าวอ อกมาจากลิฟท์อย่างสง่า บุญชุบตกตลึงรีบเรียกลูกชายเสียงหลง

บุญชุบ : ไอ้น้อยๆ เอ็งไปพาแม่เอ็งมาที่นี่เร็วๆ ๆๆ

ลูก : มีอะไรหรือพ่อ

บุญชุบ : จะให้แม่แกเดินเข้าห้องนี้ รองท้งรองเท้าไม่ต้องซื้อแล้วเดี๋ยวห้องนี้จัดการชุบให้ได้


เขาไม่ชอบอมยา

สายพวง เคยทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมสวาสดิ์ปัจจุบันได้เ กษียณอยุแล้วเช้าวันหนึ่งหล่อนพาสามีไปหาหมอที่โรงพยาบาลด้วยกั น

หมอ : สวัสดีครับ วันนี้มาหาหมอมีอาการอะไร ?

สายพวง : สามีดิฉันน่ะ ไม่ใช่ดิฉัน แกมีอาการซึมเศร้าไม่ค่อยพูดจาถามคำก็จะตอบคำ

หมอ : อาการนี้เป็นมาตั้งแต่เมื่อไร

สายพวง : เป็นมานานแล้วหมอ ดิฉันชวนเขาไปไหนแกก็ไม่ยอมไป นี่ขนาดชวนมาหาหมอนะ ยังเหนื่อยแทบแย่เลย คนอะไรไม่รู้ ไม่ห่วงตัวเองเลย

หมอตรวจสามีอยู่พักหนึ่ง เสร็จแล้วก็จัดยามาให้ โดยมียาเม็ดสีเหลือง สีเขียว สีแดง มาเต็มขวดโหล 3 ขวดใหญ่

สายพวง : โอ้โห ทำไมยาเยอะอย่างนี้ จะให้เขากินอย่างไร ? ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น เลยใช่ไหม? กินจนหมดสามขวดโหลนี้ คงต้องเป็นปีเลยนะซิ ทำไมต้องรักษานานอย่างนี้

หมอ : ยาเม็ดเหล่านี้ไม่ใช่ยากินแต่เป็นยาอม ใช้อมครั้งละเม็ดติดต่อกันตลอดเวลา เช้าอมเม็ดสีเหลืองถึงเที่ยง บ่ายอมเม็ดสีเขียวถึงเย็น ตอนค่ำรวมถึงตอนนอนให้อมเม็ดสีแดง

สายพวง : แต่สามีดิฉันไม่ชอบอมยาอม ขอเป็นยากินแทนได้ไหม?

หมอ : ยาอมนี้ไม่ใช่สำหรับสามีคุณ แต่สำหรับคุณต่างหาก


หูตึง

บุญชวน เป็นข้าราชการใกล้เกษียณอายุ เขามีภรรยาที่แต่งงานกันมาไม่น้อบกว่า 30 ปีเขารู้สึกว่าภรรยาเขาจะมีเป็นหาเรื่องการได้ยินเขาจึงไปหาหมอ เพี่อขอยาให้แก่ภรรยาตน

บุญชวน : หมอครับ ผมว่าภรรยาผมถ้าจะหูหนวกแน่เลย เพราะเวลาผมพูดกับเขาเขาจะไม่ได้ยิน ผมต้องพูดซ้ำๆหลายๆทีทุกครั้ง ทำให้เราสื่อสารกันยากมากผมจึงอยากขอยาให้แก่ภรรยาผมหน่อย

หมอ : ภรรยาคุณไม่ได้หูหนวกหรอก แกคงจะหูตึงน่ะ แต่จะหูตึงมากน้อยแค่ไหนต้องตรวจวินิจฉัย ว่าแต่ว่า ...คุณอาจช่วยหมอได้นะกลับบ้านแล้วทดลองพูดกับภรรยาด้วยระยะห่า งต่างๆกัน เริ่มต้นที่ระยะห่าง 5 เมตร, แล้วก็ 3 เมตร, 1 เมตรตามลำดับแล้วให้สังเกตุดูการตอบสนองของเขาว่าเป็นอย่างไรตอ นนั้นหมอคงจะบอกได้ว่าแกหูตึงเพียงใดแล้วจึงจะจัดยาให้ถูกได้

บุญชวนกลับบ้านไป พบว่าภรรยาอยู่ในครัวกำลังเตรียมอาหาร จึงทำตามที่หมอแนะนำยืนห่างจากภรรยาประมาณ 5 เมตร แล้วถามภรรยาว่า

" อาหารมื้อนี้มีอะไร? " เงียบไม่มีเสียงตอบจากภรรยา บุญชวนจึงเดินเข้ามาใกล้ในระยะ 3เมตรแล้วถามด้วยคำถามเดิม เงียบไม่มีเสียงตอบ บุญชวนจึงขยับใกล้เข้ามาที่ระยะ 1 เมตรทุกอย่างเหมือนเดิมทุกประการดังนั้น บุญชวนจึงเดินไปยืนข้างหลังภรรยาชิดจนขนาดสามารถพูดที่ข้างหูภร รยา

บุญชวน : อาหารมื้อนี้มีอะไร

ภรรยา : ขอตอบเป็นครั้งที่ 4 ว่า ไข่ต้มจิ้มน้ำปลา


แก่อย่างสุขุม

บุญเทียม เกษียณอายุแล้วได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ตั้งใจว่าจะใช้ชีว ิตอย่างสงบสุข แต่โชคร้ายบ้านหลังนั้นอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมชายที่มีนักเรียนเ กเรอยู่กลุ่มหนึ่งวันๆนักเรียนกลุ่มนี้จะถือไม้ตะพดเดินตีสิ่งข องต่างๆที่จะก่อให้เกิดเสียงดังกังวาล ไม่ว่าจะเป็นรั้วเหล็กดัดประตูเหล็ก ราวสะพาน ถังขยะ ฯลฯ ชาวบ้านในละแวกนั้นจะรู้สึกรำคาญที่ถูกรบกวนซึ่งก็รวมถึงบุญเที ยมด้วยเมื่อเห็นว่าบุญเทียมเป็นผู้ใหญ่จึงมาปรึกษาแทนที่บุญเที ยมจะออกไปห้ามปรามหรือขอร้องให้เด็กเกเรเหล่านั้นเลิกกระทำดังก ล่าวบุญเทียมกลับเดินไปหาเด็กเหล่านั้นในเช้าวันหนึ่ง

บุญเทียม : หนูๆทั้งหลาย ลุงเป็นคนชอบเสียงดนตรี ไม่ชอบอยู่เงียบๆลุงจะให้เงินหนูคนละ20 บาททุกวัน ถ้าพวกหนูมาเคาะรั้วหรือถังขยะให้เกิดเสียงอันดังอย่างน้อยวันล ะครึ่งชั่วโมง

เด็กเกเรเหล่านั้นรับเงินจากบุญเทียมวันละ 20 บาทต่อคนแล้วก็เดินเคาะประตูถังขยะ ฯลฯดังที่เคยปฎิบัติทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เช้าอีกวันหนึ่งบุญเทียมออกมาพบเด็กเกเรเหล่านั้นด้วยสีหน้าที่ ไม่ค่อยจะดีนัก

บุญเทียม : หนูๆทั้งหลาย เนื่องจากตอนนี้สถานะการณ์ทางการเมืองไม่สู้จะดีมีการประท้วงกั นบ่อยส่งผลเศรษฐกิจซบเซารายได้ของลุงก็ลดลงไปด้วย ลุงขอจ่ายให้พวกหนูคนละ 10บาทต่อวันก็แล้วกัน หวังว่าพวกหนูคงเห็นใจลุงนะ

เด็กเกเรเหล่านั้นรับเงินจากบุญเทียมวันละ 10 บาทต่อคนแล้วก็เที่ยวเดินเคาะรั้ว ประตู ถังขยะฯลฯ อย่างที่เคยปฏิบัติ อีกสัปดาห์หนึ่งต่อมาบุญเทียมเดินออกมาพบเด็กเกเรเหล่านั้นด้วย ความเศร้าสร้อย

บุญเทียม : หนูๆทั้งหลาย ลุงมีความเสียใจที่ต้องบอกว่าตอนนี้บ้านเมืองยุ่งเหยิงมาก เงินบำนาญของลุงก็ถูกตัดทำให้ลุงจำเป็นต้องลดค่าจ้างของพวกหนูเ หลือแค่วันละบาทต่อคนเท่านั้น

หัวหน้าเด็ก : จะบ้าเหรอ วันละบาทต่อคนเนี้ย เราไม่ยอมทำให้โง่หรอก ขอบอกไปจ้างคนอื่นละกัน พวกเรา ไปกันเถอะ

แล้วเด็กเกเรเหล่านั้นก็โยนไม้ตะพดที่ใช้เคาะเสียงดังใส่ถังขยะ และเดินจากไปชาวบ้านละแวกนั้นก็อยู่กันด้วยความสงบสุขมาจนถึงทุ กวันนี้

ใครเป็นใหญ่ในบ้าน

บุญทันขาย ที่ดินที่เป็นไร่ของเขาได้เงินก้อนโตแม้จะเทียบไม่ได้กับการขาย หุ้นชินก็ตาม แต่เขาก็จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับบรรดาลูกๆที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงจำเป็นต้องจัดการกับสัตว์ในฟาร์มซึ่งประกอบด้วย ม้าหลายตัวและแม่ไก่ฝูงหนึ่ง จะขายก็คงไม่ง่ายและอาจต้องใช้เวลาจนถึงกับทำให้แผนเดินทางต้อง เลื่อนไป

บุญทันเห็นว่าเพื่อนบ้านล้วนแต่เป็นคนมีน้ำใจไมตรีดีต่อบุญทันม าโดยตลอด จึงคิดว่าน่าจะแจกจ่ายม้าและแม่ไก่ให้แก่เพื่อนบ้านเป็นที่ระลึ กโดยทั่วกันดังนั้นบุญทันจึงเดินถามเพื่อนบ้านทีละหลังว่าใครเป ็นใหญ่ในบ้าน ถ้าคนที่เป็นใหญ่ในบ้านเป็นผู้ชายบุญทันก็ให้ม้าหนึ่งตัว ถ้าคนที่เป็นใหญ่ในบ้านเป็นผู้หญิงบุญทันก็จะให้แม่ไก่หนึ่งตัว บุญทันถามไปแจกม้าแจกแม่ไก่ไปจนกระทั่งมาถึงครอบครัวหนึ่ง

บุญทัน : ที่นี่ใครเป็นใหญ่ในบ้าน?

สามี : ผมเอง

บุญทัน : งั้นคุณเอาม้าไปหนึ่งตัว แต่ผมมีม้าสีดำกับม้าสีเทา คุณจะเอาตัวไหน?

สามี : ผมขอม้าสีดำ

ภรรยา : ไม่เอา ไม่เอา ขอม้าสีเทา

บุญทัน : งั้นคุณเอาแม่ไก่ไปแทนก็แล้วกัน